Menu Close

กิจกรรมเวิร์กช็อป Sakura Science 2026 ร่วมกับมหาวิทยาลัยซากะ ณ จังหวัดซากะ ประเทศญี่ปุ่น

            คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยซากะ ประเทศญี่ปุ่น ดำเนินโครงการ Sakura Science 2026 ภายใต้หัวข้อ “การอนุรักษ์คุณค่าสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อมชุมชนฮิเซน-ฮามะชุคุ” ระหว่างวันที่ 14–23 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ณ เมืองคาชิมะ จังหวัดซากะ ประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมและชุมชนระหว่างสองสถาบัน

             โครงการเปิดโอกาสให้นิสิตระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาได้เรียนรู้จากพื้นที่จริง ผ่านการสำรวจชุมชนประวัติศาสตร์ การศึกษาการปรับใช้อาคารเดิม และการพัฒนาผลงานร่วมกับนักศึกษาต่างชาติ โดยมีคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้เกี่ยวข้องในท้องถิ่นร่วมให้คำแนะนำ เพื่อช่วยให้นิสิตเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรม วิถีชีวิต และสภาพแวดล้อม พร้อมฝึกทักษะการสื่อสาร การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการทำงานร่วมกันในบริบทต่างวัฒนธรรม

รายชื่อนิสิตที่เข้าร่วมเดินทาง
รายชื่อจากประกาศคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 8 คน
    ที่       ชื่อและนามสกุล                                ชื่อภาษาอังกฤษ
     1       นางสาวธิติรัตน์ อัยวรรณ                   Thitirat Aiyawan
     2       นางสาวธัญญรัศม์ จันทร์ศรีสุริยวงศ์   Thunyarat Chansrisuriyawong
     3       นางสาวพิมพ์พระนาง พรหมเทศ        Pimpranang Promted
     4       นางสาวมนัญชยา แสงโสดา              Manunchaya Sangsoda
     5       นางสาวอัสดาภรณ์ เกียรติธนวัฒน์     Asadaporn Kiatthanawat
     6       นางสาวจันธัสมา อุทัยวัณณ์              Chanthasma Uthaiwan
     7       นางสาวรัญชนา จันทร์จำปา              Ranchana Janjumpa
     8       นางสาวดวงหทัย กล่อมแก้ว             Daunghatai Klomkaew

DAY 1 | 14 ตุลาคม 2569
         คณะนิสิตเดินทางถึงสนามบินฟุกุโอกะ (Fukuoka Airport) และออกเดินทางต่อไปยังมหาวิทยาลัยซากะ (Saga University) วิทยาเขตฮอนโจ เพื่อเริ่มต้นกิจกรรมเวิร์กช็อป การเดินทางในวันแรกเป็นโอกาสให้ทุกคนค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมต้อนรับและพบปะอาจารย์กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเจ้าภาพ
          ช่วงเช้าถึงเที่ยงคณะนิสิตเข้าร่วมการปฐมนิเทศ ณ อาคาร 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยได้รับการต้อนรับอย่างเป็นกันเองจากศาสตราจารย์ Nobuo Mishima และนักศึกษามหาวิทยาลัยซากะ บรรยากาศของการพบปะช่วยให้ผู้เข้าร่วมจากต่างสถาบันได้เริ่มทำความรู้จักกัน และเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนรู้ร่วมกันตลอดช่วงเวิร์กช็อป การได้พบอาจารย์และเพื่อนนักศึกษาในพื้นที่ยังช่วยให้การเริ่มต้นกิจกรรมเป็นไปอย่างอบอุ่นและผ่อนคลาย
           ช่วงบ่ายคณะเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ อาคารเทศบาลเมืองคาชิมะ (Kashima Municipal Hall) และหอวัฒนธรรมคาชิมะ SAKURAS การเยี่ยมชมเปิดโอกาสให้นิสิตสังเกตรูปแบบอาคารและการจัดพื้นที่สำหรับกิจกรรมของเมือง รวมถึงพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่สาธารณะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นประเด็นที่สามารถนำมาเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมได้
           จากนั้นเดินทางต่อไปยังย่านประวัติศาสตร์ฮิเซ็นฮามาชูกุ (Hizen-Hamashuku) เพื่อเริ่มทำความรู้จักกับพื้นที่ศึกษาของโครงการ ผ่านบรรยากาศถนน อาคาร และวิถีชีวิตของชุมชน การพบเห็นสภาพแวดล้อมจริงในวันแรกช่วยให้ทุกคนมีภาพเบื้องต้นของย่าน ก่อนจะลงพื้นที่สำรวจและเรียนรู้รายละเอียดเพิ่มเติมในวันถัดไป
           ช่วงค่ำหลังจากการเดินทางและศึกษาดูงาน คณะผู้เข้าร่วมได้พักผ่อนด้วยการแช่น้ำแร่ที่ Yutoku Onsen และรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน ช่วงเวลานี้เปิดโอกาสให้ทุกคนพูดคุย ทำความรู้จัก และแลกเปลี่ยนความประทับใจจากการเดินทางวันแรกอย่างเป็นกันเอง
           วันแรกของกิจกรรมจึงเป็นทั้งการเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนรู้และการเริ่มต้นสร้างความคุ้นเคยระหว่างผู้เข้าร่วม โดยมีการต้อนรับจากเจ้าภาพและการได้สัมผัสพื้นที่จริงเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ในวันนี้

DAY 2 | 15 ตุลาคม 2569
         วันที่สองเป็นวันแรกที่คณะนิสิตได้ใช้เวลาสำรวจชุมชนฮิเซ็นฮามาชูกุอย่างเต็มวัน โดยค่อย ๆ เรียนรู้ประวัติของสถานที่ อาคารดั้งเดิม และแนวทางการดูแลรักษาย่าน ผ่านการรับฟังคำอธิบายควบคู่กับการเดินชมพื้นที่จริง
         ช่วงเช้ากิจกรรมเริ่มต้นด้วยการรับฟังประวัติของสถานีรถไฟ Hizen Hama ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของชุมชน การเริ่มสำรวจจากสถานีช่วยให้นิสิตมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างการเดินทางกับการเข้าถึงย่าน และค่อย ๆ ทำความเข้าใจพื้นที่โดยรอบก่อนเดินต่อไปยังอาคารสำคัญต่าง ๆ คณะได้เยี่ยมชม Fukuchiyo Sake Brewery โดยให้ความสนใจกับโครงสร้างอาคารเก่าและส่วนต่อเติมที่ปรากฏในพื้นที่ จากนั้นศึกษาการปรับใช้อาคารเดิมที่ Nabeshima Auberge ซึ่งนำบ้านเก่ามาใช้เป็นร้านอาหารและที่พัก กรณีดังกล่าวชวนให้นิสิตพิจารณาว่า การออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานปัจจุบันสามารถดำเนินไปควบคู่กับการรักษาลักษณะของอาคารเดิมได้อย่างไร ทั้งในแง่บรรยากาศและรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม
          อีกจุดหนึ่งของการเยี่ยมชมคือ Old Norita House บ้านเก่าที่มีหลังคามุงจากเป็นลักษณะเด่น การได้เห็นอาคารในบริบทของชุมชนช่วยให้เข้าใจรูปแบบที่อยู่อาศัยดั้งเดิมได้ชัดเจนขึ้น และเปิดมุมมองต่อวัสดุพื้นถิ่น ตลอดจนการดูแลรักษาอาคารที่ยังคงมีความหมายต่อย่าน ช่วงปลายของกิจกรรมภาคเช้า คณะได้แวะที่ Iimori Sake Brewery เพื่อรู้จักสาเกท้องถิ่นผ่านการชิม ก่อนรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ประสบการณ์นี้ช่วยเชื่อมโยงสิ่งที่เห็นจากอาคารโรงบ่มเข้ากับผลิตภัณฑ์และวัฒนธรรมอาหารของชุมชน
          ช่วงบ่ายนิสิตรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการอนุรักษ์เมืองเก่าของญี่ปุ่นผ่านแนวคิดมาชิซึคุริ (Machi-zukuri) ซึ่งให้ความสำคัญกับการร่วมกันดูแลและพัฒนาชุมชน การบรรยายช่วยให้การเยี่ยมชมในช่วงเช้ามีบริบทมากขึ้น โดยเชื่อมเรื่องอาคารเข้ากับบทบาทของผู้คนและการจัดการพื้นที่
         กรณีศึกษาฮิเซ็นฮามาชูกุแสดงให้เห็นความหลากหลายของย่าน ทั้งบริเวณโรงบ่มสาเกที่มีอาคารผนังดิน ย่านชาวประมงริมน้ำ และกลุ่มบ้านหลังคามุงจาก รวมถึงบทบาทขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในพื้นที่ที่มีส่วนร่วมกับการจัดกิจกรรม ฟื้นฟูแม่น้ำ ปรับปรุงอาคาร และรับมือภัยพิบัติในพื้นที่ลุ่มต่ำ เนื้อหาส่วนนี้ช่วยให้นิสิตเห็นว่า การดูแลเมืองเก่ามีเรื่องวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
          หลังการบรรยาย คณะได้ลงพื้นที่ชมอาคารอนุรักษ์ที่ผ่านการปรับปรุง โดยมีตัวอย่างการนำระบบและวัสดุสมัยใหม่มาใช้ร่วมกับอาคารดั้งเดิม เช่น ระบบสปริงเกอร์บนหลังคามุงจากและการปรับปรุงฝ้าเพื่อเพิ่มการป้องกันอัคคีภัย ตลอดจนการจัดพื้นที่ภายในให้เหมาะกับการอยู่อาศัยในปัจจุบัน การศึกษาจากอาคารจริงจึงช่วยให้เข้าใจการประสานเรื่องความปลอดภัย การใช้สอย และการรักษาคุณค่าทางสถาปัตยกรรมได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

DAY 3 | 16 ตุลาคม 2569
        สำรวจเมืองและร่วมเตรียมนิทรรศการ
        ช่วงเช้าเป็นเวลาที่ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกสำรวจเมืองได้ตามความสนใจ นิสิตจึงใช้โอกาสนี้เดินไปยังบริเวณที่ยังไม่ได้เยี่ยมชม เพื่อสังเกตบ้านเรือน ร้านค้า และบรรยากาศตามเส้นทาง การเดินอย่างไม่เร่งรีบทำให้ได้เห็นรายละเอียดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งดอกไม้หน้าบ้าน การใช้พื้นที่ริมถนน และความสัมพันธ์ระหว่างอาคารกับสภาพแวดล้อมรอบตัว ซึ่งช่วยเติมภาพของเมืองให้กว้างกว่าจุดศึกษาดูงานหลัก
        ช่วงบ่ายนิสิตแวะพักที่ Glad Cafe และลองเครื่องดื่มองุ่นโซดากับพานาคอตต้า ก่อนเข้าร่วมช่วยเตรียมนิทรรศการของศาสตราจารย์ Mishima สำหรับงานฉลองครบรอบ 20 ปีของการขึ้นทะเบียนย่านเป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมที่สำคัญในเมืองคาชิมะ การมีส่วนร่วมในช่วงเตรียมงานทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศเบื้องหลังของกิจกรรม และมองเห็นการนำนิทรรศการมาใช้สื่อสารเรื่องราวทางสถาปัตยกรรมและการอนุรักษ์แก่ผู้เข้าชม
         ช่วงเย็นนิสิตเดินไปเยี่ยมชมวัด Joan-ji เพื่อสัมผัสบรรยากาศที่สงบและสังเกตองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของสถานที่ จากนั้นแวะพักที่คาเฟ่ท้องถิ่น รับประทานขนมปังและแอปเปิ้ลโซดา ก่อนเดินชมพื้นที่ริมแม่น้ำและกลับที่พัก การสำรวจในวันนี้เปิดโอกาสให้เรียนรู้เมืองผ่านจังหวะชีวิตที่หลากหลาย ทั้งพื้นที่อยู่อาศัย ร้านค้า ศาสนสถาน และริมน้ำ โดยมีช่วงเวลาพักผ่อนแทรกอยู่ระหว่างการเดินทาง

DAY 4 | 17 ตุลาคม 2569
           ร่วมงานครบรอบ 20 ปีของการขึ้นทะเบียนย่านเป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมที่สำคัญ เมืองคาชิมะ กิจกรรมในวันนี้เชื่อมโยงกับการดำเนินงานของสมาคมเพื่อการอนุรักษ์ทางน้ำและภูมิทัศน์เมืองฮิเซ็นฮามาชูกุ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในพื้นที่ โดยมีมหาวิทยาลัยซากะร่วมสนับสนุน คณะผู้เข้าร่วมจึงได้เรียนรู้ทั้งเนื้อหาของงานและบรรยากาศการมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นภายในย่าน
           ช่วงเช้าถึงเที่ยงคณะเข้าร่วมพิธีเปิดงานและชมนิทรรศการ พร้อมเดินเยี่ยมชมจุดต่าง ๆ ในเมือง และรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการพัฒนาฮิเซ็นฮามาชูกุ เนื้อหาของงานช่วยต่อยอดความเข้าใจจากการสำรวจในวันก่อนหน้า โดยเปิดมุมมองต่อการดูแลเมืองเก่าในระยะยาว ช่วงเที่ยงผู้เข้าร่วมรับประทานอาหารกล่องเบนโตะ และแวะคาเฟ่เพื่อลองโดรายากิกับมัทฉะ เป็นโอกาสพักระหว่างกิจกรรมและสัมผัสวัฒนธรรมอาหารในชีวิตประจำวัน
           ช่วงบ่ายนิสิตเดินสำรวจเมืองต่อและเข้าชมนิทรรศการที่จัดโดยมหาวิทยาลัยซากะ โดยให้ความสนใจกับการจัดแผ่นนำเสนอ การเรียบเรียงแนวคิดทางสถาปัตยกรรม และการถ่ายทอดข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบเมือง การชมผลงานช่วยให้เห็นตัวอย่างวิธีนำข้อมูลและแนวคิดมาเล่าให้ผู้ชมเข้าใจได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังได้ทดลองเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้เคียง ทำให้ได้สัมผัสอีกด้านหนึ่งของการใช้ชีวิตในพื้นที่ ก่อนแวะออนเซนและรับประทานอาหารเย็นร่วมกับเพื่อนผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อป พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนสิ่งที่แต่ละคนพบระหว่างวัน
          ช่วงค่ำสมาชิกแต่ละกลุ่มกลับมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับโครงงานร่วมกัน โดยแลกเปลี่ยนความสนใจและมุมมองที่ได้จากการสำรวจเมืองและชมนิทรรศการ เพื่อนำมาพิจารณาทิศทางของผลงาน การพูดคุยในช่วงนี้ช่วยให้แต่ละกลุ่มค่อย ๆ เห็นแนวทางที่ต้องการพัฒนา และมีภาพร่วมกันมากขึ้นก่อนดำเนินงานในช่วงต่อไป

DAY 5 | 18 ตุลาคม 2569
           กิจกรรมวันที่ห้าพาคณะอาจารย์และนิสิตเข้าร่วมเทศกาลคุระคุระ (Kura Kura Matsuri) ในย่านฮิเซ็นฮามาชูกุ ระหว่างเวลา 10.00–16.00 น. บรรยากาศของเทศกาลเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นเมืองในช่วงที่มีผู้คนออกมาใช้พื้นที่ร่วมกัน และทำความรู้จักวัฒนธรรมสาเกของท้องถิ่นผ่านผลิตภัณฑ์จากโรงบ่มต่าง ๆ ภายในงานยังมีร้านอาหาร ขนม เครื่องดื่ม งานฝีมือ และซุ้มเกมที่ช่วยให้เห็นความหลากหลายของกิจกรรมและผู้ประกอบการในชุมชน นิสิตบางส่วนใช้โอกาสนี้เดินสำรวจเมือง เพื่อสังเกตการใช้พื้นที่และบรรยากาศของย่านในช่วงเทศกาลประจำปี ซึ่งแตกต่างจากวันที่ได้สำรวจอย่างเงียบสงบก่อนหน้านี้
           ช่วงเย็น คณะผู้เข้าร่วมเดินทางไปพักผ่อนที่ Yutoku Onsen และรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน โดยได้รับความกรุณาจากบริษัท Iimori Shuzo หรือโรงบ่มสาเกอีโมริ ที่มอบสาเกและผักดองของชุมชนให้ได้ลองชิม การรับประทานอาหารร่วมกันจึงเป็นโอกาสทำความรู้จักผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเพิ่มเติม พร้อมพูดคุยถึงสิ่งที่แต่ละคนพบเห็นภายในงานเทศกาลในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ประสบการณ์ในวันนี้ช่วยให้นิสิตมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างสาเก อัตลักษณ์ของย่าน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนได้ชัดเจนขึ้น ผ่านทั้งอาคารโรงบ่ม ผลิตภัณฑ์ อาหาร และพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาใช้ร่วมกันในช่วงเทศกาล

DAY 6 | 19 ตุลาคม 2569
          ช่วงเช้าคณะนิสิตเดินทางโดยรถไฟไปสำรวจเมืองทาระ (Tara) จังหวัดซากะ เพื่อเรียนรู้บรรยากาศของเมืองริมทะเลและเปรียบเทียบกับพื้นที่ฮิเซ็นฮามาชูกุที่ได้สำรวจก่อนหน้านี้ กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการเยี่ยมชมศาลเจ้าทาระดาเกะ (Taradake Shrine) ซึ่งเปิดโอกาสให้สังเกตรูปแบบศาสนสถานและความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมความเชื่อของท้องถิ่น
จากนั้นคณะเดินทางไปยังศาลเจ้าโออุโอะ (Ouo Shrine) เพื่อชมเสาโทริอิริมทะเลในช่วงน้ำลง พร้อมสังเกตปูและหอยขนาดเล็กตามชายฝั่ง ภาพของศาสนสถานที่อยู่ร่วมกับสภาพแวดล้อมชายทะเลชวนให้พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับความเชื่อ การสำรวจครั้งนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจในการมองและถ่ายทอดทิวทัศน์เมืองผ่านงานออกแบบและภาพวาด โดยให้ความสนใจกับบริบทของสถานที่มากขึ้น
          ช่วงบ่ายคณะรับประทานอาหารทะเลในย่าน Sakaemachi ทั้งชุดอาหารทะเลย่างและข้าวอบหม้อดินปู การได้ลองอาหารในพื้นที่ช่วยเติมประสบการณ์การเรียนรู้เมืองผ่านรสชาติและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หลังจากนั้นนิสิตกลับมาพูดคุยงานกลุ่ม แลกเปลี่ยนแนวคิดและความคิดเห็น เพื่อนำประสบการณ์จากการเดินทางมาประกอบการพัฒนาผลงานร่วมกัน
ช่วงเย็นถึงค่ำคณะได้พักผ่อนด้วยการแช่น้ำแร่ที่ Hizen Yutoku Onsen Takaranoyu และรับประทานอาหารร่วมกัน ช่วงเวลาระหว่างกิจกรรมช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ผ่อนคลายจากการเดินสำรวจ พร้อมมีโอกาสสนทนากับเพื่อน ๆ อย่างเป็นกันเอง ก่อนกลับเข้าสู่การทำงานกลุ่มในช่วงค่ำ
         การหารืองานกลุ่มในช่วงค่ำมีอาจารย์ร่วมตรวจผลงานและให้คำแนะนำ เพื่อช่วยให้แต่ละกลุ่มพิจารณาแนวคิดและวิธีพัฒนางานได้ชัดเจนขึ้น นิสิตนำข้อเสนอแนะไปใช้ทบทวนผลงาน และเตรียมปรับปรุงส่วนที่เกี่ยวข้องก่อนการนำเสนอรอบสุดท้าย กระบวนการนี้เป็นโอกาสฝึกอธิบายความคิด รับฟังมุมมองจากผู้อื่น และร่วมกันหาทางพัฒนางานของกลุ่ม

DAY 7 | 20 ตุลาคม 2569
          ช่วงเช้าคณะนิสิตรับฟังการบรรยายจากทีม KASA เกี่ยวกับมุมมองและวิธีการนำเสนอผลงานทางสถาปัตยกรรม โดยมีการใช้ภาพวาดเป็นสื่อช่วยอธิบายแนวคิดและบรรยากาศของสถานที่ เนื้อหาการบรรยายชวนให้เห็นว่า การเลือกวิธีสื่อสารที่เหมาะสมสามารถช่วยให้ผู้ชมเข้าใจมุมมองของผู้ออกแบบได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้ภาพและองค์ประกอบทางศิลปะถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการเล่า
          ช่วงบ่ายหลังจบการบรรยาย คณะเดินทางไปเยี่ยมชมศาลเจ้ายูโทกุอินาริ (Yutoku Inari Shrine) โดยมีช่วงเดินเท้าขึ้นไปยังศาลเจ้า ระหว่างทางศาสตราจารย์ Mishima ให้คำอธิบายเกี่ยวกับแม่น้ำและภูเขาในพื้นที่ พร้อมกับที่นิสิตได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติรอบเส้นทาง การเรียนรู้ระหว่างเดินทางช่วยเชื่อมข้อมูลจากคำบรรยายเข้ากับสภาพแวดล้อมที่มองเห็นจริง เมื่อถึงศาลเจ้า คณะได้รับคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างอาคารและความเชื่อที่เกี่ยวข้อง ทำให้ได้พิจารณาสถาปัตยกรรมควบคู่กับการใช้พื้นที่ทางศาสนา นิสิตยังมีโอกาสรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านใกล้ศาลเจ้า และใช้เวลาเยี่ยมชมภายใน รวมถึงร่วมกิจกรรมตามความสนใจ เช่น การขอพรและอ่านคำทำนาย ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น
          ช่วงเย็น นิสิตนำข้อคิดและคำแนะนำจากการบรรยายของทีม KASA มาทบทวนการจัดทำผลงานภาพของแต่ละกลุ่ม โดยพิจารณาวิธีถ่ายทอดแนวคิดให้สอดคล้องกับเรื่องราวที่ต้องการสื่อ หลังรับประทานอาหารที่ร้าน Hama แต่ละกลุ่มได้นำเสนอความก้าวหน้าของผลงาน การเตรียมและอธิบายงานในครั้งนี้ช่วยให้ได้ฝึกเรียบเรียงความคิดก่อนเข้าสู่การนำเสนอรอบสุดท้าย

DAY 8 | 21 ตุลาคม 2569
          ช่วงเช้านิสิตใช้เวลาช่วงเช้าพัฒนาผลงานโครงงานและเตรียมการนำเสนอรอบสุดท้าย โดยนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการสำรวจพื้นที่ การบรรยาย และคำแนะนำระหว่างการทำงานกลุ่มมาทบทวนร่วมกัน การเตรียมงานในช่วงนี้ให้ความสำคัญกับความชัดเจนของแนวคิดและวิธีถ่ายทอดผลงาน เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจเรื่องราวที่แต่ละกลุ่มต้องการนำเสนอ
          ช่วงเที่ยงคณะผู้เข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่ Hamashuku Kitchen เป็นช่วงพักระหว่างการเตรียมงานและกิจกรรมภาคบ่าย พร้อมเปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก่อนเริ่มการนำเสนอ
          ช่วงบ่ายแต่ละกลุ่มนำเสนอแนวคิดและผลงานที่พัฒนาขึ้นตลอดโครงการในการนำเสนอรอบสุดท้าย (Final Presentations) โดยเชื่อมโยงประสบการณ์จากพื้นที่ศึกษากับแนวทางการออกแบบและการถ่ายทอดผ่านผลงาน การนำเสนอร่วมกันทำให้เห็นวิธีมองสถานที่เดียวกันผ่านความสนใจที่แตกต่างของแต่ละกลุ่ม ภายในกิจกรรมยังมีการประมูลผลงานของผู้เข้าร่วม ซึ่งเป็นอีกช่วงหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ได้ชมและแลกเปลี่ยนความสนใจต่อผลงานที่จัดทำขึ้น
          ช่วงเย็นคณะเข้าร่วมงานเลี้ยงอำลาและพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ บรรยากาศของงานเป็นโอกาสให้ทุกคนได้พูดคุย ทบทวนประสบการณ์ และขอบคุณผู้ที่ร่วมดูแลกิจกรรมตลอดช่วงเวิร์กช็อป หลังจากได้เรียนรู้และทำงานร่วมกันมาหลายวัน ช่วงเวลานี้จึงช่วยเก็บความทรงจำของการเดินทาง ทั้งผลงานที่พัฒนาร่วมกันและมิตรภาพระหว่างผู้เข้าร่วม

DAY 9 | 22 ตุลาคม 2569
         ช่วงเช้าหลังจากใช้ชีวิตและทำกิจกรรมร่วมกันในย่านฮิเซ็นฮามาชูกุตลอดโครงการ คณะออกเดินทางจากชุมชนและแวะเยี่ยมชมเมืองอุเรชิโนะ (Ureshino) ก่อนเดินทางต่อ อาจารย์พาคณะไปเยี่ยมชมวัดที่มีบรรยากาศสงบ โดยผู้เข้าร่วมบางส่วนรู้สึกคุ้นเคยกับองค์ประกอบบางอย่างที่ชวนให้นึกถึงวัดในประเทศไทย การเยี่ยมชมจึงเป็นโอกาสสังเกตความคล้ายคลึงและความแตกต่างของพื้นที่ทางศาสนาจากประสบการณ์ที่แต่ละคนมี จากนั้นคณะเดินไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอุด้งเล็ก ๆ เป็นอีกมื้อหนึ่งที่ได้ใช้เวลาร่วมกันระหว่างการเดินทาง
         ช่วงบ่ายคณะแวะพักที่ Ureshino Maruku ซึ่งมีพื้นที่แช่เท้าด้วยน้ำแร่สาธารณะ ผู้เข้าร่วมได้พักจากการเดินทางและใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศผ่อนคลาย การแวะชมพื้นที่นี้ยังเปิดโอกาสให้สังเกตการจัดสถานที่พักผ่อนที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้ร่วมกันได้ ก่อนออกเดินทางต่อไปยังเมืองฟุกุโอกะ
         ช่วงเย็นเมื่อเดินทางถึงที่พักแบบเกสต์เฮาส์ในฟุกุโอกะ คณะจัดเก็บสัมภาระและพักจากการเดินทาง พร้อมบันทึกภาพผังและรายละเอียดของที่พักไว้เป็นข้อมูลศึกษา การสังเกตที่พักที่ได้ใช้งานจริงช่วยเชื่อมโยงประสบการณ์ของผู้พักกับรูปแบบการจัดพื้นที่ภายใน หลังจากนั้นนิสิตออกไปเดินชมเมืองและเลือกซื้อของฝาก ก่อนกลับมาพักผ่อนเพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยในวันรุ่งขึ้น เป็นการสิ้นสุดบันทึกกิจกรรมช่วงนี้ด้วยประสบการณ์ทั้งจากการเรียนรู้ในพื้นที่และการใช้ชีวิตร่วมกันตลอดการเดินทาง

th/en