Menu Close

Monsters in Our Shared World: เมื่อ “ปีศาจ” ไม่ได้อยู่ในตัวบุคคล แต่อยู่ในระบบที่เราร่วมสร้าง

Monsters in Our Shared World: เมื่อ “ปีศาจ” ไม่ได้อยู่ในตัวบุคคล แต่อยู่ในระบบที่เราร่วมสร้าง

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดการบรรยายนานาชาติ “Monsters in Our Shared World” ภายใต้โครงการ A/Be International Lecture Series 2026 โดย Simon Lindblom นักวิจัยและนักออกแบบจากประเทศสวีเดน การบรรยายชวนผู้เข้าร่วมสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะ การออกแบบ เทคโนโลยี อำนาจ และความรับผิดชอบต่ออนาคตที่เรามีร่วมกัน

เนื้อหาการบรรยายพัฒนาจากบทความวิชาการเรื่อง “Monsters in Our Shared World: Aesthetic Action, and the Billionaire Creators of Historical Action” ซึ่งวิเคราะห์พลวัตของอำนาจในโลกเทคโนโลยีผ่านผลงานมังงะและแอนิเมชันเรื่อง Monster และ Pluto ของ Naoki Urasawa

Simon เสนอว่า “ปีศาจ” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงบุคคลที่ชั่วร้ายเพียงคนเดียว แต่อาจเกิดจากระบบที่สร้างความรุนแรง ความเหลื่อมล้ำ และความทุกข์ให้แก่ผู้คนอย่างต่อเนื่อง ระบบดังกล่าวมักปรากฏในรูปขององค์กร เทคโนโลยี หรือแนวคิดเกี่ยวกับความก้าวหน้าที่ดูทันสมัย แต่กลับรวมศูนย์อำนาจและกำหนดอนาคตไว้ล่วงหน้าโดยคนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ

การบรรยายเปรียบเทียบแนวคิดสำคัญสองแนวทาง ได้แก่ “Historical Action” และ “Aesthetic Action” โดย Historical Action คือการกระทำที่เริ่มต้นจากภาพอนาคตที่ถูกกำหนดไว้แล้วว่าโลก “ควรเป็นอย่างไร” จากนั้นจึงควบคุมทรัพยากร ผู้คน และเทคโนโลยีให้เคลื่อนไปสู่เป้าหมายนั้น แนวทางนี้อาจดูมีประสิทธิภาพ แต่มีความเสี่ยงต่อการลดทอนความหลากหลายและปิดกั้นเสียงของผู้ที่ไม่ได้มีอำนาจในการกำหนดอนาคต

ในทางตรงกันข้าม Aesthetic Action เริ่มต้นจากคำถามว่าโลก “สามารถเป็นอย่างไรได้บ้าง” โดยเปิดพื้นที่ให้แก่ความไม่แน่นอน ความสัมพันธ์ และความเป็นไปได้ที่ยังไม่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า ศิลปะและการออกแบบจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างสิ่งที่สวยงามหรือแก้ปัญหาตามโจทย์ที่ได้รับ แต่สามารถรบกวนกรอบความคิดเดิม เปิดเผยสิ่งที่ระบบพยายามซ่อน และสร้างพื้นที่ให้เกิดคำถามใหม่

เรื่อง Monster แสดงให้เห็นผลของระบบที่พยายามควบคุมและสร้างมนุษย์ตามแบบที่กำหนดไว้ ผ่าน Kinderheim 511 สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ใช้ความรุนแรงและการควบคุมทางจิตวิทยา เด็กในระบบไม่ได้ถูกมองในฐานะมนุษย์ที่มีความรู้สึกและความแตกต่าง แต่ถูกปฏิบัติราวกับเป็นวัตถุทดลองที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามเป้าหมายของผู้มีอำนาจได้

ส่วน Pluto เปิดให้เห็นความเป็นไปได้ของการต่อต้านระบบดังกล่าวผ่านความสัมพันธ์ ความเห็นอกเห็นใจ และการสร้างสรรค์ ตัวละครอย่าง North No. 2 ซึ่งเคยถูกสร้างขึ้นให้เป็นอาวุธสงคราม กลับค้นพบความหมายใหม่ผ่านเสียงดนตรี การรับฟัง และความสัมพันธ์กับผู้อื่น เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นว่า แม้เทคโนโลยีจะถูกสร้างขึ้นภายใต้ระบบที่มีเป้าหมายตายตัว แต่ก็ยังอาจถูกนำไปใช้เพื่อสร้างความหมายและความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ได้

การบรรยายยังตั้งคำถามต่อบทบาทของมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยี ซึ่งมักนำเสนอการพัฒนาของตนเองด้วยคำว่า “นวัตกรรม” “ความก้าวหน้า” หรือ “การเปลี่ยนโลก” แต่เบื้องหลังคำเหล่านี้อาจเป็นการกำหนดอนาคตจากบนลงล่าง การสะสมอำนาจ และการแสวงหาผลประโยชน์จากข้อมูล แรงงาน และพฤติกรรมของผู้คน เทคโนโลยีจึงไม่ได้เป็นกลาง แต่สะท้อนคุณค่า ความตั้งใจ และโครงสร้างอำนาจของผู้สร้างเสมอ

ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาในสาขาสถาปัตยกรรมและการออกแบบ เพราะนักออกแบบไม่ได้เป็นเพียงผู้สร้างอาคาร ผลิตภัณฑ์ หรือระบบ แต่มีส่วนกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับโลก การออกแบบทุกครั้งจึงเกี่ยวข้องกับคำถามทางจริยธรรมว่า ใครเป็นผู้กำหนดปัญหา ใครได้รับประโยชน์ ใครต้องรับผลกระทบ และเสียงของใครถูกตัดออกจากกระบวนการ

“Monsters in Our Shared World” ไม่ได้เสนอคำตอบง่าย ๆ ว่าเราจะกำจัดปีศาจออกจากสังคมได้อย่างไร แต่ชวนให้ตระหนักว่า ปีศาจอาจเกิดขึ้นเมื่อเรายอมรับระบบที่ไม่เป็นธรรมว่าเป็นเรื่องปกติ หรือปล่อยให้คนเพียงไม่กี่คนกำหนดว่าโลกควรเดินไปในทิศทางใด

การบรรยายจึงเป็นคำเชิญให้ศิลปิน นักออกแบบ นักศึกษา และประชาชนร่วมกันตั้งคำถามต่ออนาคตที่ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมทั้งใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้แก่ความหลากหลาย ความรับผิดชอบ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการมีส่วนร่วม

อนาคตที่เป็นธรรมไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการตัดสินใจร่วมกันว่า เราต้องการใช้เทคโนโลยีและการออกแบบเพื่อสร้างโลกแบบใด และเราจะทำอย่างไรให้โลกใบนั้นเป็นโลกที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง