ROBIN HOOD LAB 2026: เปลี่ยนความกังวลต่ออนาคตให้เป็นพลังในการสร้างความเปลี่ยนแปลง
เมื่อวันที่ 8–9 สิงหาคม 2569 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดกิจกรรม “ROBIN HOOD LAB 2026: Unsettling Futures – Moving from Future Anxiety to Future Agency” การประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติที่ชวนเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และคนรุ่นใหม่มาร่วมกันสำรวจคำถามเกี่ยวกับอนาคต ผ่านกระบวนการคิดเชิงอนาคต การออกแบบเชิงคาดการณ์ การทำงานสร้างสรรค์ และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เข้าร่วมที่มีพื้นฐานแตกต่างกัน กิจกรรมครั้งนี้นำกระบวนการโดย Simon Lindblom และ Wichanan Mimu Glunrawd นักออกแบบและนักปฏิบัติการสร้างสรรค์จากประเทศสวีเดน ภายใต้แนวคิดสำคัญว่า อนาคตไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองหรือเป็นสิ่งที่เราต้องรอคอยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการตั้งคำถาม จินตนาการ และออกแบบได้

ในช่วงเวลาที่สังคมกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ความกดดันทางเศรษฐกิจ และความคาดหวังที่มีต่อคนรุ่นใหม่ ความกังวลเกี่ยวกับอนาคตจึงเป็นประสบการณ์ร่วมของผู้คนจำนวนมาก ROBIN HOOD LAB ไม่ได้พยายามมอบคำตอบสำเร็จรูปให้แก่ผู้เข้าร่วม แต่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนสามารถพูดถึงความกลัว ความหวัง และภาพอนาคตที่ตนเองต้องการเห็นได้อย่างเปิดกว้าง
วันแรก: ใครเป็นผู้กำหนดอนาคต
กิจกรรมวันแรกเริ่มต้นด้วยการแนะนำแนวคิดของโครงการและการสร้างความคุ้นเคยระหว่างผู้เข้าร่วม ก่อนเข้าสู่คำถามหลักว่า “ใครเป็นผู้กำหนดอนาคตของเรา” คำถามนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมพิจารณาบทบาทของบุคคล ชุมชน รัฐ ภาคธุรกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างทางสังคม ซึ่งล้วนมีส่วนกำหนดทิศทางของอนาคตในรูปแบบที่แตกต่างกัน
ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันอภิปราย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสำรวจว่าเสียงของใครบ้างที่มักได้รับการรับฟัง ขณะเดียวกัน เสียงของใครบ้างที่มักถูกละเลยจากกระบวนการตัดสินใจ การสนทนาไม่ได้มุ่งเพียงการคาดการณ์ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ยังชวนให้คิดว่าอนาคตที่เป็นธรรมควรเปิดพื้นที่ให้ใคร และเราจะทำให้ผู้คนที่มีประสบการณ์แตกต่างกันเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไร
กระบวนการทำงานเน้นการสร้างสรรค์ร่วมกัน ผู้เข้าร่วมทำงานเป็นกลุ่มโดยใช้ภาพถ่าย นิตยสาร ข้อความ สี และวัสดุทั่วไปเป็นเครื่องมือในการสื่อสารความคิด การตัด การฉีก การวาด และการนำชิ้นส่วนต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วยกันช่วยให้แนวคิดที่อาจดูซับซ้อนหรือเป็นนามธรรมกลายเป็นภาพที่สามารถมองเห็น พูดคุย และพัฒนาร่วมกันได้
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือการออกไปสำรวจพื้นที่โดยรอบ ผู้เข้าร่วมได้สังเกตสภาพแวดล้อม ผู้คน การเดินทาง สิ่งของ และกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน การสำรวจดังกล่าวช่วยให้ทุกคนมองเห็นว่าอนาคตไม่ได้อยู่ไกลจากตัวเรา แต่เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเมือง ชุมชน และชีวิตประจำวันของเราแล้ว
หลังจากกลับมาจากการสำรวจ ผู้เข้าร่วมได้นำสิ่งที่พบเห็นมาพัฒนาเป็นแนวคิดและต้นแบบเบื้องต้น ผ่านการวาดภาพ การเขียนเรื่องราว การทำแผนที่ความคิด การสร้างภาพตัดปะ และการทดลองจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ บนกระดาษ กระบวนการเหล่านี้ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเปลี่ยนข้อสังเกตให้เป็นคำถาม และเปลี่ยนคำถามให้กลายเป็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ
วันที่สอง: จากการสะท้อนความคิดสู่ Future Zine
กิจกรรมวันที่สองเริ่มต้นด้วยการทบทวนประสบการณ์จากวันแรก ผู้เข้าร่วมได้กลับมาพิจารณาว่า ตนเองมองอนาคตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร มีประเด็นใดที่ทำให้รู้สึกกังวล และมีสิ่งใดที่ทำให้ยังคงมีความหวัง การสะท้อนความคิดช่วยให้ทุกคนเชื่อมโยงประสบการณ์ส่วนตัวเข้ากับประเด็นทางสังคมที่กว้างขึ้น
จากนั้น ผู้เข้าร่วมได้นำแนวคิดและวัสดุที่รวบรวมไว้มาพัฒนาเป็น “Future Zine” หรือสิ่งพิมพ์ขนาดเล็กที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอนาคตในมุมมองของตนเอง Zine แต่ละเล่มมีรูปแบบและเนื้อหาที่แตกต่างกัน บางผลงานกล่าวถึงอาหาร เมือง การเดินทาง และเทคโนโลยี ขณะที่บางผลงานสะท้อนเรื่องความสัมพันธ์ของผู้คน ธรรมชาติ ความไม่เท่าเทียม และความหมายของการมีชีวิตอยู่ร่วมกัน
รูปแบบของ zine เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสื่อสารได้อย่างอิสระ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยทักษะการออกแบบมาก่อน ผู้เข้าร่วมสามารถใช้ทั้งภาพวาด ภาพตัดปะ ข้อความสั้น เรื่องเล่า และอารมณ์ขันในการนำเสนอความคิดของตนเอง ผลงานที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงชิ้นงานศิลปะ แต่เป็นพื้นที่บันทึกเสียง ความรู้สึก และจินตนาการของคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับโลกที่พวกเขากำลังจะใช้ชีวิตอยู่
ผลงานทั้งหมดถูกนำมาแลกเปลี่ยนและนำเสนอร่วมกันในช่วงท้ายของกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้อธิบายเบื้องหลังแนวคิด รับฟังมุมมองของผู้อื่น และเรียนรู้ว่าอนาคตหนึ่งเรื่องสามารถมองเห็นได้จากหลายมุม กระบวนการนี้ทำให้แต่ละผลงานไม่ได้จบลงเพียงในหน้ากระดาษ แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาใหม่ระหว่างผู้เข้าร่วม
อนาคตในฐานะพื้นที่ของการมีส่วนร่วม
หัวใจของ ROBIN HOOD LAB คือการเปลี่ยน “Future Anxiety” หรือความกังวลต่ออนาคต ให้กลายเป็น “Future Agency” หรือความสามารถในการมองเห็นว่าตนเองมีบทบาทต่อการสร้างอนาคต แม้เราอาจไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้ แต่เรายังสามารถตั้งคำถาม แสดงความคิดเห็น สร้างความร่วมมือ และเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวได้
กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นว่า การคิดถึงอนาคตไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะในห้องประชุมหรืออยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ภาพตัดปะ สมุดทำมือ การเดินสำรวจเมือง และบทสนทนาระหว่างคนแปลกหน้าสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดมุมมองใหม่ โดยเฉพาะเมื่อผู้เข้าร่วมได้รับพื้นที่ให้ทดลองโดยไม่ต้องกังวลว่าคำตอบของตนเองจะถูกหรือผิด
ความแตกต่างของวัย ประสบการณ์ และความสนใจของผู้เข้าร่วมทำให้เกิดภาพอนาคตที่หลากหลาย บางภาพเต็มไปด้วยความหวัง บางภาพตั้งคำถามอย่างจริงจัง และบางภาพใช้อารมณ์ขันในการพูดถึงปัญหาที่ซับซ้อน ความหลากหลายเหล่านี้สะท้อนว่า ไม่มีอนาคตเพียงรูปแบบเดียว และไม่มีใครควรเป็นผู้กำหนดอนาคตแทนผู้อื่นทั้งหมด
จากห้องปฏิบัติการสู่พื้นที่สาธารณะ
แม้การประชุมเชิงปฏิบัติการตลอดสองวันจะสิ้นสุดลง แต่กระบวนการของ ROBIN HOOD LAB ยังไม่จบ ผลงานจากกิจกรรมจะถูกนำไปจัดแสดงในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชนได้อ่าน สำรวจ และร่วมตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคตไปพร้อมกับผู้สร้างผลงาน ผลงานจะจัดแสดงที่
Se-ri ระหว่างวันที่ 13–19 สิงหาคม 2569, https://maps.app.goo.gl/zRuHVTusfbyeb5rTA
Vacilando ระหว่างวันที่ 14–23 สิงหาคม 2569, https://maps.app.goo.gl/sxhRKhooUSa6KPRz9 และ
HOC ระหว่างวันที่ 14–24 สิงหาคม 2569 https://maps.app.goo.gl/Gdk8V3csj4TCSbmu7
การนำผลงานออกจากห้องเรียนไปสู่พื้นที่สาธารณะทำให้ความคิดของผู้เข้าร่วมสามารถเดินทางต่อ และอาจสร้างบทสนทนาใหม่กับผู้ชมที่ไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมมาก่อน ROBIN HOOD LAB 2026 จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมฝึกทักษะการออกแบบ แต่เป็นพื้นที่ทดลองทางความคิดที่สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่มองเห็นคุณค่าของเสียงตนเอง เรียนรู้ที่จะรับฟังเสียงของผู้อื่น และเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสามารถเริ่มต้นได้จากการตั้งคำถามเล็ก ๆ การลงมือทำร่วมกัน และการกล้าจินตนาการถึงโลกที่แตกต่างออกไป
ขอขอบคุณ Simon Lindblom และ Wichanan Mimu Glunrawd สำหรับการออกแบบและนำกระบวนการเรียนรู้ ตลอดจนผู้เข้าร่วมทุกคนที่ร่วมแบ่งปันความคิดเห็น ประสบการณ์ ความกังวล และความหวัง จนทำให้ ROBIN HOOD LAB กลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ การเรียนรู้ และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ เวิร์กช็อปอาจสิ้นสุดลงแล้ว แต่การสนทนาเกี่ยวกับอนาคตยังคงดำเนินต่อไป เพราะอนาคตไม่ใช่สิ่งที่เรารอให้มาถึง แต่เป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถร่วมกันสร้างได้ตั้งแต่วันนี้













