Menu Close

แบบลักษณ์ชานเรือนริมน้ำ: สถานที่ขอบเขตรอยต่อและการเชื่อมต่อความสัมพันธ์

สวนตะแบบลักษณ์ชานเรือนริมน้ำ: สถานที่ขอบเขตรอยต่อและการเชื่อมต่อความสัมพันธ์
Typologies of Waterfront Verandas:  Edging Place and Connections

 


ชื่อวารสารวิชาการ: วารสารหน้าจั่ว ว่าด้วยประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมและสถาปัตยกรรมไทย

ผู้วิจัย: รศ.ดร.ณรงพน ไล่ประกอบทรัพย์

วันที่: 01/2566-06/2566

ชานเรือนริมน้ำ : หัวใจที่ยังเต้นอยู่ของวิถีชุมชนไทย

            หากพูดถึง “ชุมชนริมน้ำ” ภาพในหัวของหลายคนอาจเป็นเรือนไทยไม้ยกพื้น เรียงรายขนานไปกับสายน้ำ มีเรือพายผ่าน และเสียงคนทักทายกันจากชานหน้าบ้าน ชานเรือนเหล่านี้ไม่ใช่เพียงพื้นที่วางข้าวของหรือขึ้น-ลงเรือ พื้นที่ที่เชื่อมบ้านกับน้ำ คนกับคน อดีตกับปัจจุบัน

            งานวิจัยชิ้นนี้มุ่งค้นหาว่า ชานเรือนริมน้ำ มีแบบลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมอย่างไร ทำไมมันถึงสำคัญต่อวิถีชีวิตริมน้ำ และเราจะรักษาเอกลักษณ์นี้ไว้ได้อย่างไรท่ามกลางการพัฒนาเมือง

ทำไม “ชานเรือนริมน้ำ” ถึงสำคัญ?

                ในอดีต สายน้ำคือถนนสายหลักของชุมชน การค้าขาย เดินทาง และพบปะ ล้วนเกิดขึ้นบนผิวน้ำ ชานเรือนริมน้ำ จึงเป็น “จุดรอยต่อ” ที่ทุกคนต้องผ่าน ทั้งในเชิงกายภาพ (เชื่อมพื้นที่สาธารณะของน้ำกับพื้นที่ส่วนตัวของบ้าน) และเชิงวัฒนธรรม (ต้อนรับแขก พูดคุย ซื้อขาย แลกเปลี่ยนข่าวสาร) แม้ในปัจจุบัน เส้นทางคมนาคมจะเปลี่ยนจากน้ำสู่ถนน แต่ชานเรือนริมน้ำยังทำหน้าที่เป็น หัวใจของชุมชน

วิจัยจากชุมชนจริง

โดยเลือกสำรวจ 9 เรือนริมน้ำ ในชุมชนคลองอ้อมนนท์ จ.นนทบุรี เก็บข้อมูลทั้งการวัดแบบร่างอาคาร ภาพถ่าย สังเกตพฤติกรรมการใช้งาน และสัมภาษณ์คนในชุมชน เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบและความหมายของชานเรือนริมน้ำ

พบ 4 แบบลักษณ์หลักของชานเรือนริมน้ำ

  1. ศาลาริมน้ำ
  2. ยื่นลอยเหนือน้ำ มีหลังคาคลุม ใช้ต้อนรับแขก พักผ่อน หรือขึ้น-ลงเรือ
  3. คล้ายประตูบ้านทางน้ำในสมัยก่อน
  4. ชานขนานเรือนริมน้ำ
  5. ระเบียงแคบยาวขนานไปกับตัวเรือนและลำคลอง
  6. ใช้ตากของ ทำครัว พูดคุยกับเพื่อนบ้านที่พายเรือผ่าน
  7. ชานเรือนผนวกศาลาริมน้ำ
  8. รวมข้อดีของสองแบบแรก มีทั้งพื้นที่กึ่งส่วนตัว (ชาน) และพื้นที่สาธารณะ (ศาลา)
  9. เหมาะกับเรือนขนาดใหญ่หรือเรือนที่มีการขยายต่อ
  10. เฉลียงริมน้ำ
  11. พื้นที่กว้างเหมือนโถงกลางบ้าน ยื่นลอยออกไป
  12. ใช้เป็นที่นั่งเล่น กินข้าว ทำกิจกรรมครอบครัวร่วมกัน

จุดร่วมของชานเรือนทั้ง 4 แบบ

  • เป็นพื้นที่กึ่งเปิดโล่ง เชื่อมบ้านกับน้ำ
  • มีความ ยืดหยุ่นต่อการใช้งาน — ทั้งพักผ่อน ทำครัว ตากของ หรือรวมญาติ
  • เปิดโอกาสให้เกิด ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน อย่างธรรมชาติ
  • เป็นสัญลักษณ์ทางกายภาพ ที่บ่งบอกเอกลักษณ์บ้านริมน้ำ

ชุมชนคลองอ้อมนนท์กำลังถูกโอบล้อมด้วยโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ ย่านชานเมือง บ้านจัดสรรจำนวนมากตัดขาดจากสายน้ำด้วยรั้วสูงและการวางผังที่ไม่เชื่อมโยงกับชุมชนเก่า หากไม่มีการออกแบบ “รอยต่อริมน้ำ” ให้สอดคล้องกับบริบทเดิม เอกลักษณ์ริมน้ำอาจเลือนหาย กลายเป็นเพียงแค่วิวให้มอง