Landscape and Planting Elements of Chinese – Japanese Culture in Yokohama Chinatown
อชิระ อภิรักษ์อร่ามวง
ย่านไชน่าทาวน์ในโยโกฮาม่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและมีชื่อเสียงในระดับโลก เมื่อก้าวเข้าสู่ย่านนี้ ผู้มาเยือนจะพบกับภาพชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสัน กลิ่นหอมของอาหารจีนที่โชยออกมาจากร้านอาหารสองข้างทาง เสียงเรียกเชิญจากพ่อค้าแม่ค้า และบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมจีนและญี่ปุ่นอย่างแนบเนียน ทุกองค์ประกอบตั้งแต่ถนน ทางเท้า อาคารบ้านเรือน ไปจนถึงพืชพรรณและต้นไม้ ล้วนถูกออกแบบและจัดวางเพื่อสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพื้นที่

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้นประตูไชน่าทาวน์ (Paifang) ที่ตั้งตระหง่านตามทางเข้าออกหลักของย่าน ประตูเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายเชิงสัญลักษณ์ แต่ยังเป็น “กรอบภาพ” ที่พาผู้คนเข้าสู่โลกอีกใบหนึ่ง สีสันสดใสอย่างแดง ทอง น้ำเงิน และเขียว ตกแต่งด้วยลวดลายมังกรและอักษรจีนมงคล ทำให้ประตูแต่ละบานมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นักท่องเที่ยวมักหยุดถ่ายภาพหน้าประตูเป็นที่ระลึก ส่วนชาวบ้านเองก็คุ้นเคยกับการใช้ประตูเหล่านี้เป็นจุดนัดพบหรือตำแหน่งบอกทางในการใช้ชีวิตประจำวัน

เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไป ถนนในไชน่าทาวน์จะเผยให้เห็น เส้นทางสายเล็ก ๆ ที่คดเคี้ยวและคึกคักไปด้วยร้านค้า ทั้งร้านอาหารจีนดั้งเดิม ร้านติ่มซำ ขนมหวาน ร้านขายเครื่องราง และร้านของฝากที่ตกแต่งด้วยป้ายไฟสีสด ถนนที่ค่อนข้างแคบทำให้ผู้คนต้องเดินช้า ๆ จนเกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการหยุดเลือกซื้อของ การพูดคุยกับเจ้าของร้าน หรือการแลกเปลี่ยนรอยยิ้มกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ความแออัดพอประมาณจึงกลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ย่านนี้มีชีวิตชีวาอยู่เสมอ

ทว่าเสน่ห์ของไชน่าทาวน์โยโกฮาม่าไม่ได้มีแค่สถาปัตยกรรมและร้านค้าเท่านั้น องค์ประกอบของภูมิทัศน์และพืชพรรณก็มีบทบาทสำคัญ ต้นไม้ประดับที่ปลูกเรียงรายริมถนนหรือจัดวางในกระถางตามจุดต่าง ๆ ไม่เพียงช่วยตกแต่งให้พื้นที่ดูร่มรื่น แต่ยังสร้างร่มเงาและพื้นที่พักสายตาจากความคึกคักของเมือง หลายครั้งนักท่องเที่ยวจะหยุดพักใต้ต้นไม้เพื่อถ่ายภาพหรือพักเหนื่อย ส่วนชาวบ้านเองก็มักใช้มุมนั่งเล่นใต้ต้นไม้เป็นที่นัดพบหรือผ่อนคลายหลังจากทำงาน พันธุ์ไม้ที่พบในย่านนี้มีทั้งพันธุ์พื้นเมืองของญี่ปุ่นและพันธุ์ไม้ที่มีความหมายเชิงวัฒนธรรมของจีน เช่น ไผ่ ที่สื่อถึงความเข้มแข็งและการยืดหยุ่น, สนจีน ที่สื่อถึงความยืนยาวและความมั่นคง, หรือแม้แต่ดอกไม้ที่ใช้ในการตกแต่งช่วงเทศกาลตรุษจีนและเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง การเลือกใช้พืชพรรณเหล่านี้ทำให้ภูมิทัศน์ของไชน่าทาวน์ไม่ใช่เพียงความสวยงามทางสายตา แต่ยังเป็นการสื่อสารเรื่องราวและความเชื่อที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น

นอกจากต้นไม้ริมถนนแล้ว ศาลเจ้าและสวนเล็ก ๆ ภายในย่านก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่เชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติ ท่ามกลางความวุ่นวายของร้านค้าและเสียงผู้คน การได้ก้าวเข้าสู่ศาลเจ้าที่มีสวนประดับเล็ก ๆ กลายเป็นประสบการณ์ที่สงบและแตกต่าง ต้นไม้และไม้ดอกในสวนเหล่านี้ช่วยสร้างมุมพักผ่อนที่เป็นธรรมชาติและกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้ทำกิจกรรม เช่น สวดมนต์ พักผ่อน หรือถ่ายรูปเชิงสัญลักษณ์
โคมไฟจีน (Lanterns) ก็เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่ไม่อาจละสายตาได้ โคมไฟสีแดงแขวนเรียงรายบนถนน ไม่เพียงสร้างบรรยากาศงานเทศกาล แต่ยังทำหน้าที่เป็นแสงสว่างในยามค่ำคืน ทำให้ย่านนี้ยังคงคึกคักแม้พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า การเดินเที่ยวไชน่าทาวน์เวลากลางคืนจึงเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่แตกต่างจากช่วงกลางวันอย่างสิ้นเชิง
เมื่อองค์ประกอบทั้งหมด—ประตู ถนน ทางเท้า ร้านค้า ต้นไม้ สวน ศาลเจ้า และโคมไฟ—ถูกผสานเข้าด้วยกัน ย่านไชน่าทาวน์โยโกฮาม่าจึงไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็น “ภูมิทัศน์ที่มีชีวิต” (Living Landscape) ที่ผู้คนทั้งท้องถิ่นและผู้มาเยือนมีส่วนร่วมในการสร้างบรรยากาศร่วมกัน วิถีชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่ เช่น การทำงานในร้านอาหาร การซื้อขายของสด การเดินเล่นกับครอบครัว ล้วนเชื่อมโยงกับองค์ประกอบเหล่านี้อย่างกลมกลืน
ดังนั้น การเดินเที่ยวในย่านนี้จึงเปรียบเสมือนการได้สัมผัส “สองวัฒนธรรมในพื้นที่เดียว” ผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินกับรสชาติอาหารจีนแท้ ๆ ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่น ได้ถ่ายภาพกับประตูมังกรและโคมไฟ ได้พักผ่อนใต้ต้นไม้ที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ และได้เรียนรู้ว่าการออกแบบภูมิทัศน์เมืองเก่าไม่ใช่เพียงการจัดวางสิ่งก่อสร้างให้สวยงาม แต่ยังเป็นการสร้างพื้นที่ที่รองรับชีวิตจริงของผู้คน
Yokohama Chinatown จึงยังคงเป็นสถานที่ที่ไม่เพียงเล่าเรื่องประวัติศาสตร์การเข้ามาของชาวจีนในญี่ปุ่น แต่ยังสะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันของสองวัฒนธรรมที่แตกต่าง และแปรเปลี่ยนออกมาเป็นย่านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมาะสำหรับการเดินเที่ยว ถ่ายรูป ชมบ้านเก่า สัมผัสภูมิทัศน์ และเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่ไม่มีที่ใดเหมือนในญี่ปุ่น
ส่วนหนึ่งของโครงการ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ The 2025 International Cultural Landscape, Architectural Heritage and Conservation Science Workshop in Japan ร่วมกับมหาวิทยาลัยทสีคุบะ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ถึง 9 กันยายน 2568 ณ เมืองทสึคุบะและเมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ได้รับการสนับสนุนจากทุนนิสิตสู่สากลประจำปีงบประมาณ 2568 และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์