Motomachi – Yamate entry of Westerner in Yokohama
ณัชชา วัฒนมะโน
หลังจากญี่ปุ่นทำการเปิดประเทศในช่วงปีค.ศ.1850โยโกฮาม่าเป็นหนึ่งในเมืองท่าเพียงไม่กี่แห่งที่ชาวต่างชาติสามารถสร้างรายได้และมีการอนุญาตให้อยู่อาศัย ทำให้พื้นที่บริเวณนี้มีทั้งชาวจีนตั้งไชน่าทาวน์บริเวณใกล้ๆและชาวตะวันตกตั้งรกรากอยู่บนเนินเขาของย่านยามาเตะ ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า “เดอะบลัฟฟ์”
ย่านยามาเตะ สามารถรักษาสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ในส่วนที่อยู่อาศัยหลักของชาวตะวันตกได้หลายแห่ง แต่ก็ได้มีการพังทลายของอาคารที่อยู่อาศัยยุคก่อนหลายแห่งเนื่องจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่คันโต ทำให้มีหลงเหลืออาคารที่สร้างขึ้นก่อนปี ค.ศ. 1923 อยู่ไม่เท่าสมัยก่อน ในปัจจุบัน ย่านยามาเตะเป็นย่านที่อยู่อาศัยบนเนินเขาและมีสวนสาธารณะที่ยังคงมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่จนถึงปัจจุบัน พื้นที่บริเวณรอบๆที่สวยงาม เป็นจุดท่องเที่ยวที่โด่งดังในโยโกฮาม่าทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเดินไปตามสถานที่น่าสนใจต่างๆ เช่น Yamate Archives Museum, Berrick Hall, Minato no Mieru Oka Park และสถานที่อื่นๆอีกมากมายที่มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมตกแต่งสไตล์ดั้งเดิม วัฒนธรรม การใช้ชีวิตในรูปแบบที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาติตะวันตก ด้านล่างเนินเขายามาเตะเป็นถนนช้อปปิ้งโมโตมาจิ เป็นแหล่งเดินเล่นซื้อของของชาวต่างชาติกลุ่มแรกที่อาศัยอยู่ในโยโกฮาม่าและมีการนำสินค้านำเข้ามาค้าขายในญี่ปุ่น

Yamate Archives Museum เป็นอาคารที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองโยโกฮาม่า สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1909 นับเป็นบ้านไม้สไตล์ตะวันตกเพียงหลังเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ และถือว่าเก่าแก่ที่สุดในบรรดาอาคารที่มีอยู่ในเมืองปัจจุบัน บ้านหลังนี้สะท้อนถึงร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของชาวต่างชาติยุคแรก ๆ ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในย่านยามาเตะหรือที่เรียกกันว่า “เดอะบลัฟฟ์” ซึ่งเป็นเนินเขาที่ชาวตะวันตกเลือกปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ภายในพิพิธภัณฑ์ได้รับการจัดแสดงและเก็บรักษาเอกสารทางประวัติศาสตร์จำนวนมาก โดยเฉพาะหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองโยโกฮาม่าและบทบาทของย่านยามาเตะในการติดต่อกับโลกตะวันตก มีการเก็บเอกสารสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์การเปิดท่าเรือโยโกฮาม่าในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่เวทีโลก
นอกจากเอกสารแล้ว ภายในยังมีการนำเสนอภาพถ่าย แผนที่เก่า และสิ่งของที่ใช้จริงในชีวิตประจำวันของผู้คนในสมัยนั้น ทำให้ผู้เข้าชมสามารถมองเห็นภาพวิถีชีวิตทั้งของชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันในช่วงแรกเริ่ม การจัดแสดงเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนเรื่องราวของสถาปัตยกรรม แต่ยังสะท้อนถึงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างตะวันตกกับตะวันออกที่ชัดเจน อาคาร Yamate Archives Museum เองยังเป็นตัวอย่างที่งดงามของสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่ถูกดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพอากาศของญี่ปุ่น ผังอาคาร การใช้วัสดุไม้ และการออกแบบหน้าต่าง ระเบียง ล้วนบ่งบอกถึงความพยายามในการผสมผสานองค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรมที่ต่างวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติไม่ควรพลาด เพราะไม่เพียงแต่จะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองโยโกฮาม่า หากยังได้สัมผัสบรรยากาศของอาคารเก่าแก่ที่คงคุณค่ามากว่าหนึ่งร้อยปี

Berrick Hall เป็นบ้านพักสไตล์ตะวันตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในย่านยามาเตะ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1930 สำหรับพ่อค้าชาวอังกฤษชื่อ B.R. Berrick ผู้มีบทบาทสำคัญในการค้าขายกับญี่ปุ่น อาคารแห่งนี้เป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมตะวันตกที่มีความโดดเด่นในเมืองโยโกฮาม่า โดยก่อนที่จะกลายเป็นบ้านพักถาวรนั้น เคยถูกใช้เป็นหอพักนักเรียนของโรงเรียนนานาชาติเซนต์โจเซฟมาก่อน สถาปนิกผู้ออกแบบคือ J.H. Morgan ชาวอเมริกัน ซึ่งเลือกใช้สไตล์สเปน (Spanish Style) ที่ได้รับความนิยมในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ลักษณะเด่นของอาคาร ได้แก่ ผนังฉาบปูนสีอ่อน หลังคากระเบื้อง และซุ้มโค้งที่แสดงอิทธิพลสถาปัตยกรรมเมดิเตอร์เรเนียน หลังจากผ่านกาลเวลาหลายทศวรรษ อาคารยังคงได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ในปี ค.ศ. 2000 Berrick Hall ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมอย่างเป็นทางการ และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและต่างชาติ นอกจากการเข้าชมภายในอาคารที่ยังคงบรรยากาศดั้งเดิมแล้ว ยังเป็นที่นิยมอย่างมากในฐานะสถานที่จัดงานแต่งงาน เนื่องจากความสวยงามของตัวอาคารและสวนโดยรอบที่โรแมนติก ปัจจุบัน Berrick Hall จึงไม่เพียงแต่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงการเข้ามาของวัฒนธรรมตะวันตกในย่านยามาเตะ แต่ยังคงทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน ให้ผู้คนได้สัมผัสทั้งคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของประวัติศาสตร์เมืองโยโกฮาม่า

Minato no Mieru Oka Park ตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้สถานีโมโตมาจิ-ชูกะไก สวนแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งบ้านพักกงสุลอังกฤษและที่ตั้งค่ายทหาร ในปีค.ศ.1969 อาคารและสวนโดยรอบถูกส่งคืนให้กับเมืองโยโกฮามาและถูกเปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะขนาด 72 เฮกตาร์มีทางเชื่อมต่อลิฟและบันไดเลื่อนจากสถานีและมีเส้นทางเดินชมธรรมชาติ เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนจะสามารถมองเห็นวิวท่าเรือโยโกฮาม่า ภายในสวนมีการตกแต่งสไตล์ตะวันตก น้ำพุ ปลูกพืชพรรณหลากหลายชนิด สวนกุหลาบ บ้านอังกฤษ บ้านยามาเตะ111 หออนุสรณ์โอซารากิ จิโร โรงแรมเคเคอาร์ พอร์ตฮิลล์ โยโกฮาม่า หอสังเกตการณ์อุตุนิยมวิทยาโยโกฮาม่า และพิพิธภัณฑ์วรรณกรรมสมัยใหม่คานากาวะ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ย่านยามาเตะในเมืองโยโกฮาม่าเป็นพื้นที่ที่สะท้อนการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมญี่ปุ่นกับตะวันตกได้อย่างชัดเจน ทั้งในเชิงสถาปัตยกรรม รูปแบบบ้านเรือน ร้านค้า รวมไปถึงวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนที่ยังคงปรากฏร่องรอยให้เห็น การปรากฏตัวของบ้านสไตล์ตะวันตกที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ เช่น Berrick Hall หรือ Yamate Archives Museum แสดงให้เห็นถึงการเข้ามาของชาวต่างชาติและร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในย่านนี้ บรรยากาศของย่านยามาเตะจึงเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนพื้นที่อื่น ๆ ของญี่ปุ่น เพราะนอกจากจะมีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมแล้ว ยังผสานความเป็นตะวันตกเข้ามาอย่างแนบเนียน ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเบเกอรี่ที่มีรากฐานจากวัฒนธรรมยุโรป ไปจนถึงถนนช้อปปิ้งโมโตมาจิที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าสำหรับชาวต่างชาติยุคแรก ๆ
นอกจากนี้ ย่านนี้ยังมีสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียว เช่น Minato no Mieru Oka Park ที่ทำให้ผู้มาเยือนสามารถพักผ่อนและชมวิวท่าเรือโยโกฮาม่าได้อย่างเต็มอิ่ม เป็นการผสมผสานธรรมชาติเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว ความหลากหลายของสถานที่เหล่านี้ทำให้ย่านยามาเตะไม่ได้เป็นเพียงย่านเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แต่ยังคงมีชีวิตชีวาและดึงดูดผู้คนให้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง สำหรับนักท่องเที่ยว ย่านนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินเที่ยวถ่ายภาพ ชมบ้านเก่าและอาคารประวัติศาสตร์ รวมไปถึงสัมผัสวิถีชีวิตที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันของสองวัฒนธรรม การได้เดินเล่นไปตามถนนสายเล็ก ๆ หรือแวะร้านค้าที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวย่อมทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเปิดประเทศของญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้ ยามาเตะจึงไม่เพียงแต่เป็นย่านที่บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับโลกตะวันตก แต่ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของโยโกฮาม่าที่ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกอยากมาเยี่ยมชม เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์และซึมซับบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของย่านแห่งนี้
ส่วนหนึ่งของโครงการ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ The 2025 International Cultural Landscape, Architectural Heritage and Conservation Science Workshop in Japan ร่วมกับมหาวิทยาลัยทสีคุบะ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ถึง 9 กันยายน 2568 ณ เมืองทสึคุบะและเมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ได้รับการสนับสนุนจากทุนนิสิตสู่สากลประจำปีงบประมาณ 2568 และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์