Menu Close

Living History: Daily Rhythms of Yokohama China Town and Tokyo Station

Living History: Daily Rhythms of Yokohama China Town and Tokyo Station

Parthorn Satitanon

เมื่อพูดถึงการอยู่ร่วมกับพื้นที่ภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ หลายคนคงคิดถึงการอยู่ร่วมกับตึกเก่าๆหรือเมืองที่โทรมๆ แต่การอยู่ในพื้นที่ Yohama China town กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่าง Yokohama China town เริ่มต้นเมื่อเมืองโยโกฮาม่าเปิดรับการค้ากับต่างชาติในปี 1859 ทำให้เกิดเป็นชุมชนการค้าของชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานมาที่ สร้างที่อยู่อาศัย ร้านอาหาร เกิดกิจกรรมที่ทำให้ย่านนี้กลายเป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น แม้จะผ่านทั้งแผ่นดินไหวและสงคราม ก็ไม่เคยทำให้ย่านนี้ถูกละเลยเลย

ไชน่าทาวน์แห่งนี้ยังคงมีชีวิตชีวาทั้งจากนักท่องเที่ยวและพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ คงเป็นธรรมดาที่ย่านการค้าแห่งนี้จะโดดเด่นเรื่องของร้านอาหารจีน ภาพการต่อแถวรอคิวยาวบ้าง สั้นบ้าง คนยืนกินอาหารข้างทาง แม้กระทั้งร้านดูดวงที่มีอยู่ทั่วทุกแยกถนนคือสิ่งที่สัมผัสได้ตลอดกานเดินในย่านไชน่าทาวน์แห่งนี้ แต่นอกจากนั้นพื้นที่นี้ยังเป็นพื้นที่เกี่ยวข้องกับด้านความเชื่อเห็นได้จากวัดหรือศาลเจ้าในพื้นที่ ที่ก็ยังมีคนมีสักการะไม่ขาดสาย หรือพื้นที่สวนสาธารณะที่เป็นที่พักคอยแล้ว ก็ยังมีลานกิจกรรม และสนามเด็กเล่นให้เด็กๆในพื้นที่มาเล่นได้

   นอกจากนี้การได้เข้ามาในพื้นที่ไชน่าทาวน์เป็นเหมือนการหลุดเข้าไปอีกโลกนึงด้วยการแสดงตัวของพื้นที่ทั้งจากซุ้มประตูที่แต่ก่อนเป็นที่คัดกรองคนจีนที่เข้า-ออกพื้นที่ ป้ายร้านค้าต่างๆที่ยื่นออกมา ตัวอักษรและป้ายโฆษณาแบบจีน การตกแต่งประดับประดาด้วยโคมจีนในหลายๆจุด ไปจนถึงเสาไฟที่ก็ถูกทาสีแดงและประดับด้วยโคมจีนเช่นกัน เห็นได้จากภาพข้างล่างที่ฝั่งซ้ายของภาพคือไชน่าทาวน์ เห็นได้จากองค์ประกอบที่กล่าวมา กลับกันด้านขวาของภาพที่ไม่ได้ถูกนับเป็นพื้นที่หลักของย่าน ไม่ได้มีการตกแต่งอะไรเป็นพิเศษ เหล่านี้เป็นดั่งการแสดงอาณาเขตของพื้นที่โดยไม่จำเป็นต้องปักป้ายทางเข้า

นอกจากนี้อีกหนึ่งพื้นที่ที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีก็คือ Tokyo station ในยุคสมัยแรกของการพัฒนาเมืองหนึ่งใน Mode of transport ที่เป็นที่นิยมและคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจที่สุดคงหนีไม่พ้นรถไฟ สถานีโตเกียวเปิดให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1914 โดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อ คิงโงะ ทัตสึโนะ ผู้ออกแบบอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปด้วยอิฐแดงอันเป็นเอกลักษณ์

   ทั้งนี้สถานีโตเกียวก็เป็นอีกหนึ่งสถานีที่ผ่านทั้งภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1923 หรือในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1945 สถานีโตเกียวก็ถูกทิ้งระเบิด ด้วยความตั้งใจของฝ่ายพันธมิตรที่ต้องการทำลายการเดินทางหลักของญี่ปุ่นในยุคนั้น โดยพื้นที่ชั้น 3 และหลังคาพังทลายลงมา แต่ยังดีที่โครงสร้างบริเวณชั้น 1 และ ชั้น 2 ยังคงอยู่ได้ ต่อมาหลังจบสงครามโลก สถานีโตเกียวได้กลับมาใช้งานใหม่ โดยได้รับการซ่อมชั้น 3 กลับมาแต่ด้วยขณะนั้นที่ประเทศญี่ปุ่นพึ่งแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ไม่มีเงินมาซ่อมหลังคาได้ตามแบบเดิมที่เคยถูกสร้างไว้ ถึงอย่างงั้นสถานีโตเกียวก็ได้ถูกบูรณะครั้งใหญ่อีกครั้งโดยเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 2012

ปัจจุบันสถานีโตเกียวก็เป็นอาคารที่ถูกใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้คนในโตเกียว โดยมีทั้งการให้บริการรถไฟ รถไฟฟ้า ชินคันเซน ทั้งยังมีพื้นที่ในส่วนของร้านค้าอีกมากมาย นอกจากนั้นพื้นที่ที่เป็นจุดขายมากที่สุดของสถานีโตเกียว คงหนีไม่พ้นโรงแรมระดับ 5 ดาวที่อยู่ติดด้านหน้าของสถานี ถึงแม้สถานีโตเกียวจะผ่านร้อนผ่านหนาวอยู่คู่กับคนญี่ปุ่นมานาน ก็ยังสามารถคงรูปลักษณ์อาคารภายนอกได้ใกล้เคียงเดิมมากๆ รวมถึงในระดับของการพัฒนาพื้นที่รอบๆสถานีก็จะเห็นได้ว่าบริเวณpodiumของอาคารสูงทุกอาคารรอบๆย่านนี้ก็จะยังเก็บสัดส่วนของความสูงอาคารในยุคนั้นเอาไว้อีกด้วย


ส่วนหนึ่งของโครงการ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ The 2025 International Cultural Landscape, Architectural Heritage and Conservation Science Workshop in Japan ร่วมกับมหาวิทยาลัยทสีคุบะ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ถึง 9 กันยายน   2568  ณ เมืองทสึคุบะและเมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ได้รับการสนับสนุนจากทุนนิสิตสู่สากลประจำปีงบประมาณ 2568 และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์