มุมมองของเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารโบราณแบบดั้งเดิมในประเทศญี่ปุ่น
ภควัต อรุณอังศุธร

เขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารโบราณแบบดั้งเดิม (伝統的建造物群保存地区, Dentōteki Kenzōbutsu-gun Hozon Chiku) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า เดนเคน (伝建地区, Denkenchiku) เป็นพื้นที่ที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดให้เป็นเขตอนุรักษ์เพื่อปกป้องอาคารและภูมิทัศน์ดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมภายใต้การดูแลของกรมการวัฒนธรรม (Agency for Cultural Affair) โดยพื้นที่เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต สถาปัตยกรรม และผังเมืองของแต่ละยุคสมัย จากการแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2518 ได้มีการจัดตั้งระบบเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารโบราณดั้งเดิมขึ้น เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ชุมชนและทัศนียภาพเมืองประวัติศาสตร์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ทั่วประเทศ เช่น เมืองปราสาท เมืองที่ตั้งอยู่ตามเส้นทางคมนาคม หรือเมืองหน้าวัดต่าง ๆ เทศบาลจะเป็นผู้กำหนดเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารโบราณดั้งเดิม และเพื่อให้การดำเนินงานอนุรักษ์ภายในพื้นที่เป็นไปอย่างมีแบบแผน จะมีการกำหนดแผนการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ตามข้อบัญญัติการอนุรักษ์ โดยรัฐบาลกลางจะคัดเลือกพื้นที่ที่ได้รับการเสนอจากเทศบาลให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารโบราณดั้งเดิมที่สำคัญ หากเห็นว่ามีคุณค่าในระดับชาติ
สำหรับความพยายามของเทศบาลในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ พื้นที่เหล่านี้ สำนักงานวัฒนธรรมและคณะกรรมการการศึกษาประจำจังหวัดจะให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะ รวมถึงให้การสนับสนุนทางการเงินในโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูภูมิทัศน์ การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันภัยพิบัติ และการติดตั้งป้ายแนะนำต่าง ๆ พร้อมทั้งให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี จากข้อมูล ณ วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2567 เขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารโบราณดั้งเดิมที่สำคัญมีจำนวนทั้งสิ้น 129 แห่ง ใน 106 เทศบาล โดยมีอาคารโบราณดั้งเดิมและสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการระบุและอนุรักษ์ไว้ประมาณ 30,680 รายการ โดย กลุ่มอาคารอนุรักษ์ในญี่ปุ่นสามารถแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่
1. กลุ่มอาคารที่อยู่อาศัยโบราณ
เป็นหมู่บ้านหรือย่านที่มีบ้านเรือนเก่าแก่ที่ยังคงสภาพเดิม เช่น หมู่บ้านโบราณที่สร้างจากไม้และมุงหลังคาฟาง
2. กลุ่มอาคารพาณิชย์เก่า
เป็นพื้นที่ที่มีอาคารพาณิชย์ดั้งเดิม เช่น ร้านค้าและโกดังสินค้า ที่สะท้อนถึงเมืองการค้าสมัยเอโดะถึงเมจิ
3. กลุ่มอาคารบ้านซามูไร
เป็นกลุ่มบ้านพักของซามูไรที่ยังคงเหลืออยู่ตั้งแต่ยุคเอโดะ มีรั้วดิน ผนังไม้ และสวนแบบญี่ปุ่น
4. กลุ่มอาคารโรงงานและอุตสาหกรรมเก่า
เป็นกลุ่มอาคารที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในอดีต เช่น โรงงานเก่าและโกดังสินค้า
5. กลุ่มอาคารศาสนาและศาลเจ้า
เป็นพื้นที่ที่มีวัดพุทธ ศาลเจ้าชินโต หรืออาคารศาสนาเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรม
6. กลุ่มอาคารชนบทและเกษตรกรรม
เป็นกลุ่มบ้านเรือนในพื้นที่เกษตรกรรมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตชนบทของญี่ปุ่น
เขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารโบราณแบบดั้งเดิม ที่ได้ไปจากโครงการ “Training Program on Comprehensive Design for Sustainable Preservation and Utilization of Disaster-Resilient Historic Townscapes ได้แก่ 1.เมืองคาชิมะ ตำบลฮามะนากะ ฮัปปงกิ (鹿島市浜中町八本木) และ เมืองคาชิมะ ตำบลฮามะโชซุ ฮามะคานายะโจ (鹿島市浜庄津町浜金屋町)

(ที่มา: https://washimo-web.jp/Trip/Hamasyouzu/hamasyouzu.htm )
เขต ฮามะนากะโจ ฮัปปงกิชุคุ (鹿島市浜中町八本木)
เมืองคาชิมะ ฮามะนากะมาจิ ฮัปปงกิ ชุคุ (鹿島市浜中町八本木宿) เป็นส่วนหนึ่งของเมืองที่มีเส้นทางการเดินทางในสมัยเอโดะที่เรียกว่า ทาระไคโด (多良海道) และเคยเป็นสถานีพักระหว่างทางของเส้นทางหลายสาย โดยตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำฮามะคาวะที่ไหลผ่านเมืองคาชิมะในจังหวัดซากะ

ในสมัยเอโดะตอนกลาง เมืองนี้ได้พัฒนาอย่างรวดเร็วจากการผลิตเหล้าและธุรกิจการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการหมัก ซึ่งมีการเจริญเติบโตจากอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นหลัก ตัวเมืองมีการจัดตั้งอาคารที่มีโครงสร้างกันไฟ เช่น บ้านที่สร้างในรูปแบบ “อิเคะโมะ” และ “คามิกาฉิมูระ” ที่มีหลังคากระเบื้องเรียงซ้อน รวมถึงบ้านในรูปแบบเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในช่วงสมัยของการปกครองในยุคโบราณ เช่น โรงงานหมักเหล้า บ้านของขุนนาง รวมทั้งสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตก ตั้งแต่สมัยปลายเอโดะจนถึงสมัยโชวะ ทุกๆ สมัยได้ทิ้งลักษณะของสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ในปัจจุบันมีโรงงานหมักเหล้าที่ยังคงผลิตเหล้าสามแห่ง ได้แก่ ฟุคุชิโยะ ชูซู (富久千代酒造), โคโทบุ ชูซูโจ (光武酒造場), และ มิเนมัตสึ ชูซูโจ (峰松酒造場) ซึ่งตั้งอยู่ในถนนที่เรียกว่า “ถนนโรงหมักเหล้า” และอาคารสีขาวที่ยังคงถูกเก็บรักษาไว้อย่างสวยงาม โดยทุกปีในฤดูใบไม้ผลิ จะมีการจัดงานที่เรียกว่า “ซากุระซูริซึมุ” หรือ “เทศกาลทัวร์โรงหมักเหล้า” ที่จัดขึ้น ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2006 เมืองนี้ได้รับการคัดเลือกเป็นเขตการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ที่สำคัญพร้อมกับเขตอื่นๆ ในการอนุรักษ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำฮามะคาวะ ได้แก่ หมู่บ้านฮามะคินยา (浜金屋町) และหมู่บ้านฮามะโชอึทสึ (浜庄津町) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเก่าของสถานีพักระหว่างทาง肥前浜宿
เขต ฮามะโชซุ ฮามะคานายะโจ (鹿島市浜庄津町浜金屋町)
เมืองคาชิมะ ฮามะโชซุ ฮามะคานายะโจ (鹿島市浜庄津町浜金屋町) เป็นส่วนหนึ่งของเมืองที่มีเส้นทางการเดินทางในสมัยเอโดะที่เรียกว่า ทาระไคโด (多良海道) และเคยเป็นสถานีพักระหว่างทางของเส้นทางหลายสาย โดยตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำฮามะคาวะที่ไหลผ่านเมืองคาชิมะในจังหวัดซากะ

ในสมัยก่อน เมืองนี้เริ่มพัฒนาเป็นเมืองท่าของขุนนางคาชิมะ โดยชาวประมงและคนขับเรือเริ่มเข้ามาอาศัย จากนั้นพ่อค้า ช่างตีเหล็ก และช่างไม้ก็ได้เข้ามาอยู่ และเมืองนี้ก็ได้เจริญขึ้นเป็นเมืองที่มีผู้คนอาศัยจำนวนมาก เมืองนี้มีการผสมผสานระหว่างบ้านทรงกุดะ (くど造り) ที่มีหลังคามุงหญ้า และบ้านในรูปแบบมุงกระเบื้องเรียงซ้อน (桟瓦葺町家) ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายสมัยเอโดะและสมัยต้นยุคใหม่ โดยมีการสร้างอาคารต่างๆ ที่หนาแน่นปะปนกัน ในปัจจุบันยังมีชาวประมงหลายคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ และในวันที่ 5 กรกฎาคม 2006 เมืองนี้ได้รับการคัดเลือกเป็นเขตการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ที่สำคัญพร้อมกับเขตอื่นๆ ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำฮามะคาวะ ได้แก่ หมู่บ้านฮามะนากะมาจิ ฮัปปอนกิ จุกุ (浜中町八本木宿) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเก่าของสถานีพักระหว่างทาง 肥前浜宿
ประวัติความเป็นมาของเขตอนุรักษ์
พ.ศ. 2540 – 2542 : เริ่มดำเนินการสำรวจแนวทางอนุรักษ์อาคารโบราณ
พ.ศ. 2545 : จัดทำ “แผนฟื้นฟูเมืองประวัติศาสตร์ฮิเซ็นฮามะชุกุ”
พ.ศ. 2546 : ออก “ข้อบัญญัติภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์เมืองคาชิมะ”
พ.ศ. 2549 : เขตอนุรักษ์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “เขตอนุรักษ์อาคารโบราณสำคัญ”
พ.ศ. 2551 : ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ “ซากะ โนะ กาบาอิ บาจัง”
พ.ศ. 2553 : เริ่มจัดกิจกรรม “คาชิมะ ซาเค ทัวริซึม” และ “เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงฮิเซ็นฮามะชุกุ”
พ.ศ. 2558 : ได้รับรางวัล “รางวัลบ้านเกิดดีเด่น” จากกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น
พ.ศ. 2559 : ได้รับรางวัล “โครงการสร้างประเทศที่สวยงาม” และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกแห่งอนาคต” โดย UNESCO Japan
พ.ศ. 2562 : ได้รับรางวัล “สุดยอดรางวัลฟื้นฟูบ้านเกิด”
พ.ศ. 2564 : จัดงานครบรอบ 15 ปีของการได้รับเลือกเป็นเขตอนุรักษ์อาคารโบราณสำคัญ
พ.ศ. 2565 : ได้รับรางวัล “รางวัลภูมิทัศน์เมืองแห่งเอเชีย 2022”

โดยที่ผ่านมาได้มีการซ่อมแซมและรักษาอาคารโบราณ รวมถึงดำเนินโครงการป้องกันอัคคีภัยเพื่อปกป้องอาคารเหล่านี้ เช่น การออกแบบพื้นที่เก็บน้ำใต้ดิน และการวางตำแหน่งตู้ดับเพลิงกระจายตัวเป็นระยะในผังเมือง องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NPO) ในพื้นที่ให้ความเห็นว่า การฟื้นฟูเมืองที่เสื่อมโทรมไม่ใช่เรื่องง่าย กระบวนการเพื่อให้ได้รับการคัดเลือกเป็นเขตอนุรักษ์สำคัญทางวัฒนธรรมเริ่มต้นตั้งแต่ราวปีเฮเซที่ 6 (ค.ศ. 1994) และได้รับการคัดเลือกในปีเฮเซที่ 18 (ค.ศ. 2006) โดยในช่วงเวลานั้นมีความรู้สึกว่าหากไม่ได้รับการคัดเลือก เมืองอาจไม่สามารถดำรงอยู่ได้ต่อไป
ดังนั้น เมื่อได้รับการคัดเลือก จึงถือเป็นความหวังสำหรับอนาคต การฟื้นฟูภูมิทัศน์อันงดงามในอดีตช่วยเสริมสร้างพลังใจให้กับผู้คน ปัจจุบัน “เทศกาลสาเก” ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นเวลา 16 ปี ดึงดูดผู้คนได้มากถึง 80,000 คนภายในสองวัน ขณะเดียวกัน จำนวนคนรุ่นใหม่ที่ย้ายเข้ามาอาศัยก็เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นแนวโน้มที่น่ายินดีสำหรับอนาคต เมืองจึงมุ่งมั่นพัฒนาต่อไป โดยผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่เข้ากับขนบธรรมเนียมของท้องถิ่น
** ส่วนหนึ่งของโครงการ “Training Program on Comprehensive Design for Sustainable Preservation and Utilization of Disaster-Resilient Historic Townscapes” ระหว่างวันที่ 4–10 มีนาคม พ.ศ.2568 ณ ฮิเซนฮามะชูคุ เมืองคาชิมะ จังหวัดซากะด้วยความร่วมมือระหว่าง Saga University, Cartage University, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, Eindhoven University of Technology ได้รับทุนเต็มจำนวนจำนวนจาก JST และ KUSCI สำหรับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ